| ผู้สมัครงาน |
|
|
|
|
|
หน้าหลัก |
ลงทะเบียน
|
ลืมพาสเวิร์ด
|
สมัครงานผ่านระบบ jobmail
|
สมาชิก
|
ประวัติ
|
ค้นหางาน
|
งานที่สมัคร
|
ติดต่อ-สอบถาม
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| ประชาสัมพันธ์ หารายได้เสริม งานผ่านเน็ต รายได้พิเศษ เงินรางวัล นักล่าเงินรางวัล หารายได้พิเศษ / แฟรนไชส์ |
| - ธุรกิจออนไลน์ที่ตอบสนอ... |
Period: 05/12/2008 - 05/12/2010 Location: อ่านรายละเอียดที่นี่เลยค่ะ http://www.prapaporn-b.ws
แล้วพบกันนะค่ะ
พร
|
| |
| - ธุรกิจออนไลน์รับเติมเง... |
Period: 05/12/2008 - 05/12/2010 Location: สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวปนี้ ค่ะ
http://www.chotika.ws/moneyrich
|
| |
| - แฉ! ทำงานจากที่บ้าน... |
Period: 05/12/2008 - 05/12/2010 Location: ธุรกิจค้าขาย ทำประชาสัมพันธ์ด้านสุขภาพ/ธุรกิจบ้านรักสุขภาพ |
| |
| - ไม่ต้องง้อขาย... |
Period: 08/12/2008 - 08/12/2010 Location: แม้ไม่แนะนำใคร ก็มีรายได้ สูงสุด 50,000 กว่าบาท ถ้าแนะนำ ได้เป็นล้าน |
| |
| - ธุรกิจเครื่องสำอาง... |
Period: 10/12/2008 - 10/12/2010 Location: ที่ปรึกษาธุรกิจ : Ronnachai เบอร์โทร : (66) 81-3544036 |
| |
| - ต้องการด่วน !! จ.น.ท... |
Period: 15/12/2008 - 15/12/2009 Location: บริษัทดำเนินกิจการด้านสุขภาพและความงามกำลังขยายงาน - ขยายสาขาทั่วประเทศ
และ มีนโยบายทำ MARKETING( การตลาด) รูปแบบใหม่โดยใช้ สื่อ INTERNET
ประชาสัมพันธ์บริษัท ดังนั้นทางบริษัทจึงกำลังต้องการ
เจ้าหน้าที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ข้อมูลสินค้าทาง INTERNET ด่วน! |
| |
| - เราเปิดโอกาสให้ทุกคนที... |
Period: 15/12/2008 - 15/12/2009 Location: ติดต่อ : Khun.Sumonchan โทร : 08-17344429 |
| |
| - เพียงคุณแนะนำเพื่อนที่... |
Period: 17/12/2008 - 17/12/2009 Location: SILKSPAN Call Center 02-789-3040 สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วเท่านั้น |
| |
| - สร้างรายได้กับออริเฟลม... |
Period: 20/12/2008 - 20/12/2009 Location: www.OmoneyCenter.com แล้วจะไม่ผิดหวัง. |
| |
| - รับฟรี... |
Period: 04/01/2009 - 04/01/2010 Location: เอโดซี(ADOXY)สินค้าคุณภาพเยี่ยม
อ.ย.เลขที่ 10-1-30547-1-0037
สคบ.ที่ รน.0307/7024
ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆอ.3515/2550 อนุมัติเมื่อ 31 ตุลาคม 2550
|
| |
| - สูตร น้ำข้าวกล้องงอก... |
Period: 06/01/2009 - 06/01/2010 Location: สำนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว เผยสูตรน้ำข้าวกล้องงอก ขึ้นโต๊ะเสวย "ในหลวง" ชาวบ้านทำ กินเองได้ง่ายราคาไม่แพง สารอาหารครบถ้วน. |
| |
| แสดง >> |
|
|
|
|
|
|
| |
|
 |
|
1. อาชีพที่ต้องศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันที่เทียบเท่ามีอาชีพที่นักเรียนสน ใจและเลือกมาก โดยเรียงจากที่มีจำนวนมากไปหาน้อย คือ แพทย์ , นักวิทยาศาสตร์ , นักการทูต , สถาปนิก , เภสัชกร , วิศวกร , นักธุรกิจ , ทหาร , ทนาย , พยาบาล ฯลฯ
2. อาชีพที่ต้องศึกษาต่อในระดับต่ำกว่ามหาวิทยาลัย มีอาชีพที่นักเรียนสนใจและเลือกมาก โดยเรียงจากอาชีพที่มีผู้เลือกจำนวนมากไปหาน้อย คือ เลขานุการ , พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน , งานธนาคาร , ช่างยนต์ , จิตรกร , ฯลฯ
ข้อคิดสำหรับการเลือกอาชีพ
1. ผู้ที่จะตัดสินใจเลือกอาชีพควรรู้จักตัวเองให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะในด้านอุปนิสัย ความ สามารถ ความสนใจ บุคลิกภาพ ทัศนคติที่เกี่ยวกับอาชีพนั้น ๆ
2. ความมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ลักษณะของงานอาชีพ สถานที่จะศึกษา อาชีพนั้น ๆ ความก้าวหน้า และความมั่นคงของงาน ตลอดจนความต้องการของตลาดแรงงาน
3. พิจารณาว่าอาชีพที่จะเลือกนั้นเหมาะสมกับความรู้และความสามารถที่ตัวมีอยู่หรือไม่
ข้อแนะนำก่อนเลือกสมัครงาน
1. หาตำแหน่งงานหลาย ๆ วิธี
2. สอบถามแหล่งงานจากเพื่อน ญาติสนิท
3. สมัครงานตามประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ กพ. กรม กอง
4. ให้ชื่อ หรือ สมัครงานกับสำนักงานจัดหางานของเอกชน
5. ให้ชื่อ หรือ สมัครงานกับหน่วยงานสำนักงานจัดหางานของรัฐ
6. ค้นหาตำแหน่งจากฝ่ายแนะแนวของสถานศึกษาต่าง ๆ
7. เขียนประวัติของตนเองอย่างเป็นขั้นตอน
8. ในกรณีที่คุณอ้างชื่อใครเป็นผู้รับรองคุณต้องติดต่อกับผู้นั้นและขออนุญาตก่อน
9. เขียนจดหมายปะหน้าใบประวัติการทำงาน พรอมทั้งลงชื่อในจดหมายให้เรียบร้อย
10. ติดต่อขอนัดหมายเวลาเพื่อการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ หรือ ด้วยตนเอง
11. ฝึกซ้อมการสัมภาษณ์ก่อนเข้าสัมภาษณ์จริง
12. แต่งกายไปสัมภาษณ์ด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดเรียบร้อย และถูกกาลเทศะ
13. ไปถึงสถานที่นัดสัมภาษณ์ให้ตรงต่อเวลา
14. จดจำชื่อผู้สัมภาษณ์ให้แม่นยำ
15. ตอบปัญหาในระหว่าง สัมภาษณ์อย่างเชื่อมั่นและชัดเจน
16. หากถูกสอบถามเรื่องเงินเดือนที่ต้องการควรตั้งคำถามกลับว่าความรู้ความสามารถ และ ในระดับตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับคุณเห็นสมควรจ้างเท่าใด
17. อย่าเรียกร้องเงินเดือนหรือค่าจ้างก่อนที่บริษัทจะตอบตกลงจ้างคุณหรือ แสดงความสนใจ ว่าจะรับคุณเข้าทำงาน
ก่อนสมัครงาน ควรจะรู้สิ่งต่อไปนี้
1. ตัวบริษัท ต้องรู้ว่าบริษัทนั้นดำเนินธุรกิจประเภทใด เช่น อุตสาหกรรม บริการ หรือ ค้าขาย ผลผลิตของบริษัทนั้นคืออะไร เช่น เครื่องไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม และที่ตั้งของบริษัท การเดินทางไปอย่างไร บริษัทมีสวัสดิการรถรับ-ส่งหรือไม่
2. ตำแหน่งงาน
- ลักษณะงาน ควรจะทราบว่าตำแหน่งที่ประกาศรับสมัคร มีเนื้องานอะไรบ้าง
- เนื้องานย่อยเหล่านั้นต้องปฏิบัติอย่างไร
- ตำแหน่งงานที่รับสมัครนี้ต้องปฏิบัติงานสัมพันธ์กับตำแหน่งใดบ้าง
3. ค่าตอบแทน เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น เป็นต้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ข้อมูลด้านตำแหน่งงาน จะทำให้คุณพิจารณาว่ามีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทนั้น ๆ ต้องการหรือไม่
2. ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะงานหรือหน้าที่เป็นข้อมูลบอกว่างานนั้นต้องทำอะไร ทำอย่างไร เพื่อคุณจะได้พิจารณาว่าคุณถนัดหรือชอบลักษณะงานแบบนั้นหรือไม่ และยังเป็นข้อมูลให้คุณเตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์อีกด้วย
3. ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงาน เช่น ตำแหน่งงานนี้อยู่ตรงส่วนไหน โครงสร้างตำแหน่งของ บริษัท มีโอกาสก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด เป็นข้อมูลช่วยบ่งชี้ถึงลักษณะหน้าที่งานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
4. ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับบริษัทที่สำคัญที่สุดก็คือ ที่ตั้งบริษัท เพราะบริษัทรับคุณเข้าทำงาน คุณจะเดินทางไปทำงานได้สะดวกและทันเวลาหรือไม่
5. ประเภทธุรกิจหรือ ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ควรเตรียมข้อมูลไว้เพื่อใช้ในการ สัมภาษณ์
แหล่งข้อมูลการสมัครงาน
1. การติดต่อเป็นการส่วนตัว เช่นญาติ เพื่อน หรือ คนรู้จักมักคุ้น
2. สำนักจัดหางานเอกชนควรตรวจสอบก่อนว่า สำนักจัดหางานนั้น ได้จดทะเบียนกับ กระทรวงแรงงาน หรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
3. สถาบันการศึกษาต่าง ๆ จะมีบริษัทหรือหน่วยงานไปปิดประกาศรับสมัครงานไว้เสมอ
4. กรมการจัดหางาน โดยการติดต่อโดยตรงที่สำนักจัดหางาน กรุงเทพ 1 - 10 , สำนักงานจัดหางานจังหวัด ของกรมการจัดหางาน
5. ประกาศจากสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ
6. งานนัดพบแรงงาน ซึ่งนายจ้างกับลูกจ้างได้มีโอกาสพบกันและจ้างงานกันโดยตรง
เพื่อให้คุณรู้รายละเอียดของงานได้มากขึ้น สิ่งที่ควรรู้คือ
1. ชื่อตำแหน่ง เช่น เสมียน พนักงานพิมพ์ดีด ซึ่งเมื่อไปสมัครงานคุณจะต้องระบุตำแหน่งงาน ให้ถูกต้องด้วย
2. รายละเอียดเกี่ยวกับงานต้องทราบว่าแต่ละตำแหน่งนั้น มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง อาจโทรศัพท์ สอบถามบริษัทที่โฆษณาโดยตรง
3. คุณสมบัติที่ต้องการ ส่วนใหญ่จะหมายถึง เพศ อายุ คุณวุฒิ และประสบการณ์ แยกได้ดังนี้
- คุณสมบัติทางการศึกษา
- ประสบการณ์
- คุณสมบัติส่วนตัว ได้แก่ อายุ เพศ ภาษา บุคลิก ความสามารถ
4. ค่าจ้าง ในกรณีที่เขาให้ผู้สมัครระบุเงินเดือนที่ต้องการเองนั้นคุณจะระบุว่าคุณต้องการเงิน เดือนเท่าไร ตามใจคุณไม่ได้ ต้องคำนึงว่าตำแหน่งนั้น ต้องการวุฒิการศึกษาระดับใด ประสบการณ์มากน้อยเพียงใด และโดยทั่วไปในตลาดแรงงานตำแหน่งนี้เขาจ้างค่าจ้างกันเท่าใด
5. วิธีการสมัครงานตามปกติ ในกรอบโฆษณาจะระบุไว้ว่าให้สมัครโดยวิธีการใด เช่น สมัคร โดยส่งใบสมัครไปทางไปรษณีย์ ต้องเขียนใบสมัครด้วยลายมือตนเอง หรือต้องไปสมัครด้วยตนเองที่บริษัทเท่านั้น ( ถ้าเป็นเช่นนี้ผู้สมัครก็ไม่ควรส่งจดหมายไปสมัครงาน แต่อาจโทรศัพท์ติดต่อสอบถามถึงสถานที่ตั้งบริษัทได้เพื่อความแน่นอนในการไป สมัครงาน )
รู้จักตนเองก่อนสมัครงาน
1. ความสนใจ ผู้สมัครงานต้องรู้ให้แน่ว่าชอบหรือไม่ชอบงานลักษณะใดบ้าง ถ้าคุณชอบก็ หมายความว่าสนใจในงานนั้นด้วย
2. ความสามารถ โดยประเมินจากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา และการทดสอบอย่างละเอียด
3. บุคลิกส่วนตัว ว่ามีบุคลิกเหมาะสมกับงานอาชีพใดบ้าง
4. ผลการศึกษาว่าอยู่ในระดับ ดี ปานกลาง หรือพอใช้
5. การฝึกงานในขณะเรียน การฝึกงานอย่างเอาใจใส่สนใจ ซักถามเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับงานที่ฝึก ซึ่งจะมีผลต่อความสำเร็จในการหางานทำ
6. ทักษะในการสื่อความ
7. ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะความรู้ในด้านการใช้ PC คอมพิวเตอร์ การใช้ Software พื้นฐานต่าง ๆ เช่น Word Processing , Lotus , dBase
8. วิชาเอกที่เรียน การเรียนวิชาเอกอย่างมีเป้าหมายจะช่วยให้ตัวของคุณพบกับความสำเร็จใน การมองหางานทำได้เป็นอย่างดี
9. กิจกรรมนอกหลักสูตร แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และความสามารถในการเผชิญหน้ากับผู้ที่เราทำงานร่วมด้วย
10. ประสบการณ์ในการทำงานนอกเวลา จะแสดงให้เห็นถึงความที่จะรับผิดชอบในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ทำงาน
หาความเป็นเลิศของตัวเอง
ความเป็นเลิศของคุณอยู่ในตัวคุณเอง ซึ่งคุณสามารถจะหาได้จากความสามารถ ที่คุณเคยแสดงออก คำชมเชยที่คุณเคยได้รับ ความคิดอ่าน ความสนใจ ความมุ่งมั่นที่ เป็นลักษณะเฉพาะของคุณ เป็นเอกลักษณ์ของคุณ หลักที่คุณควรใช้วิเคราะห์ตนเอง 4 ประการ
1. ตรวจสอบความสามารถและความชำนาญที่คุณมี แบ่งออกเป็น
1.1 ความสามารถปกติ
1.2 ความสามารถดีเด่น
1.3 ความสนใจของคุณ
1.4 นิสัยของคุณ
1.5 ผลงานของคุณ
เมื่อค้นพบความสามารถของคุณแล้วจะช่วยให้คุณรู้ว่าควรเลือกทำงานอะไรถึงจะเหมาะสม
และทำงานนั้นไปได้นาน ๆ และประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน
คุณสมบัติคุณเหมาะกับตำแหน่งใด
ก่อนสมัครงานควรทราบก่อนว่าตำแหน่งงานที่จะสมัครนั้นต้องการบุคคลที่มีคุณวุฒิระดับใด มีประสบการณ์อย่างไรบ้าง และหน้าที่ในตำแหน่งนั้น จะต้องทำอะไรบ้าง แล้วก็เอาข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบกับคุณสมบัติของตัวคุณเองโดยมีลำดับการพิจารณาดังนี้
1. คุณวุฒิการศึกษา พิจารณาว่าวุฒิการศึกษาที่คุณจบจะสมัครทำงานในตำแหน่งใดได้บ้าง เว้นแต่เขาไม่กำหนดคุณวุฒิหรือสาขาวิชา เพราะโดยปกติถ้าเป็นตำแหน่งงานที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน บริษัทต่าง ๆ มักจะถือเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลที่มีคุณวุฒิตรงตามที่เขากำหนดก่อน
2. ลักษณะงาน ถ้าคุณสนใจสมัครงานในตำแหน่งใดก็ตาม หากยังไม่ทราบลักษณะงาน คุณ ควรโทรศัพท์สอบถามให้แน่ชัดก่อน ถ้าไม่มีประสบการณ์ในการทำงานในตำแหน่งหน้าที่นั้น ก็ควรจะสอบถามลักษณะงานของตำแหน่งที่รับคุณวุฒิที่คุณจบมา
ข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ควรสมัครงานในตำแหน่งที่มีความรู้ ความสามารถที่จะ ทำงานได้สำเร็จ มีความถนัดและชอบลักษณะงานนั้น ซึ่งจะทำให้ประสบความสำเร็จในงาน
3. ข้อมูลบริษัทที่จะสมัครงานควรเลือกบริษัทที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่พักอาศัยประจำมากนัก หรือเลือกบริษัทที่อยู่ในทำเลที่มีบ้านเช่า หรือห้องเช่าในราคาพอสมควร หรือเลือกบริษัทที่มี รถรับ-ส่งประจำวัน
4. เงินเดือนค่าจ้างตอบแทน ถ้าสมัครงานเป็นครั้งแรก โอกาสที่จะได้ต่อรองอัตราเงินเดือน หรือค่าจ้างในระดับที่พอใจคงมีน้อย ดังนั้นหากมีโอกาสสอบถามบริษัทที่จะสมัครงาน ว่าให้เงินเดือนในตำแหน่งนั้นเท่าใดก็จะเป็นการดีเพื่อใช้เปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ๆ
ความแตกต่างของจดหมายสมัครงาน ใบประวัติส่วนตัวและใบสมัครงาน
1. จดหมายสมัครงาน
คือหนังสือหรือจดหมายที่ผู้ที่ต้องการจะทำงานเขียนนั้นต่อสถานประกอบการเพื่อแสดง ความจำนงว่าตนเองต้องการจะทำงานกับสถานประกอบการนั้นในตำแหน่งใด โดยปกติจดหมายสมัครงานจะไม่เขียนเป็นข้อความยืดยาวหรือไม่แสดงประวัติส่วนตัวมากนัก ดังนั้นจดหมายสมัครงานจะเป็นเพียงจดหมายที่แสดงว่าผู้ส่งมีความประสงค์อะไรเท่านั้น
2. ใบประวัติส่วนตัว
คือหนังสือที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของผู้สมัครงานโดยเน้นแต่ส่วนที่เกี่ยวข้องหรือ ข้อมูลที่เสนอให้รับสมัครหรือ ที่สถานประกอบการจะใช้พิจารณาเรียกตัวผู้สมัครงานนั้นไป สัมภาษณ์หรือเข้าทำงาน แต่จะไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจงว่าผู้สมัครงานนั้นมีความสนใจในตำแหน่ง
งานใดของสถานประกอบการนั้น
3. ใบสมัครงาน
คือ หนังสือแสดงความจำนงของผู้เขียนใบสมัครที่ประสงค์จะเข้าทำงานกับสถานประกอบการ นั้น ซึ่งสวนใหญ่แบบใบสมัครงานของสถานประกอบการแต่ละแห่งจะเป็นแบบเฉพาะของ สถานประกอบการนั้น ผู้สมัครจึงต้องไปเขียนใบสมัครที่สถานประกอบการที่ประสงค์จะสมัคร ด้วยตนเอง รายละเอียดในใบสมัครงานควรประกอบด้วยข้อมูลแสดง
ความจำนงของผู้สมัครงาน ว่าประสงค์จะสมัครงานในตำแหน่งใดและข้อมูลในส่วนที่เป็นประวัติส่วนตัวของผู้สมัคร ประกอบกันจึงจะสมบูรณ์
ปัจจุบันมีผู้ที่สำเร็จการศึกษาเป็นจำนวนมากที่ยังไม่มีงานทำ และเมื่ออ่านพบในโฆษณาต่างๆ ว่ามีการรับสมัครงาน ก็จะรีบไปสมัครกันโดยไม่คำนึงว่าตัวเองมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่บริษัท เหล่านั้นต้องการหรือเปล่า เมื่อเขียนจดหมายสมัครงานไปแล้วก็ได้แต่รอการเรียกตัวไปสัมภาษณ์ โดยไม่รู้ว่าบริษัทเหล่านั้นได้คัดจดหมายที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการลงตะกร้าเอกสาร
รอทำลายไปเรียบร้อยแล้ว ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ปัจจุบันดิฉัน อายุ 24 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่อเดือนเมษายน 2536 สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีความสนใจที่จะสมัครงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคล
ปัจจุบัน กระผมอายุ 25 ปี ได้รับปริญญาตรี นิติศาสตร์ เมื่อปี 2536 เคยผ่านงานที่เกี่ยวกับ บุคคลบ้างเล็กน้อย ต้องการสมัครงานในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคล
ข้อความข้างต้นย่อมมาจากจดหมายสมัครงานซึ่งผู้พิจารณาคัดเลือกจดหมายคัดออก อยู่ในตะกร้าเอกสารรอทำลาย ทำไมจดหมายคุณถึงเป็นหมัน
ลองอ่านข้อความโฆษณารับสมัครงานของบริษัทที่ต้องการบุคลากรเข้าทำงานในตำแหน่ง ที่กล่าวมาแล้วนี้
ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคล
คุณสมบัติที่ต้องการ
- อายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี
- จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ บริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาอื่น ที่ใกล้เคียง
- มีประสบการณ์การเป็นหัวหน้างานด้านบริหารงานบุคคลไม่น้อยกว่า 5 ปี
เมื่อพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครงานทั้งสองรายนี้ เปรียบเทียบกับ คุณสมบัติของตำแหน่งงานที่บริษัทนั้นต้องการ จะเห็นว่าผู้สมัครงานทั้งสองมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของบริษัทเพียงประการเดียว คือ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเท่านั้น นอกนั้นไม่มีเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อายุ หรือประสบการณ์ ที่บริษัทนั้นได้ระบุไว้
ลองตั้งคำถามต่อไปว่า
ถ้าผู้สมัครมีคุณสมบัติไม่ตรงตามตำแหน่งที่ต้องการก็น่าจะเก็บจดหมายไว้ พิจารณาในตำแหน่งงานอื่นที่เหมาะสมก็ได้ ทำไมต้องคัดจดหมายออกไปรอทำลาย
คำตอบที่ได้จากผู้พิจารณาคัดเลือกจดหมายก็คือ เขาตั้งข้อสังเกตไว้ดังนี้
1. ผู้สมัครมิได้อ่านคำโฆษณาให้ครบถ้วนกระบวนความ
2. ผู้สมัครมิได้พิจารณาถึงลักษณะงานในตำแหน่งที่ตนเองจะสมัคร
3. ผู้สมัครไม่ได้ประมาณ หรือ รู้ถึงความรู้ความสามารถของตนเอง
สรุป ก็คือ จากจดหมายฉบับดังกล่าว ผู้พิจารณาคัดเลือกจดหมายวิเคราะห์ว่า
1. ผู้สมัครไม่ละเอียดรอบคอบ
2. ผู้สมัครไม่รู้จัก ประมาณตนเอง หรือไม่ก็ประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไป
3. ผู้สมัครขาดจุดมุ่งหมาย เห็นประกาศรับสมัครมีตำแหน่งงานอะไรที่ตนสนใจ ก็เขียนจด หมายไปแบบเสี่ยงโชค
คำว่า ไม่ประมาณตนเอง หรือ ไม่ก็ประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไป สิ่งเหล่านี้ คือ การไม่ รู้เรา เป็นลักษณะที่เป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน โดยเฉพาะในวัยเรียนจะเห็นได้ชัดเจน เช่น เราจบ ม.3 วิชาวิทยาศาสตร์ไม่เก่ง คณิตศาสตร์ ก็ เกือบตก ภาษาอังกฤษก็ไม่ดี แต่วางแผนไว้ว่าจะต้องเรียนต่อถึงระดับมหาวิทยาลัย และจะต้องเป็นมหาวิทยาลัยปิด
1. จดหมายสมัครงาน
โครงสร้างจดหมายสมัครงาน
โครงสร้างหรือรูปแบบของการเขียนจดหมายสมัครงานมีมากมายแหลายรูปแบบ แต่
ที่สำคัญคือ ควรจะต้องระมัดระวังในเรื่องของภาษา สำนวนหลักไวยากรณ์ต้องมีความ
สละสลวยพอสมควร และในที่นี้จะแบ่งโครงสร้างของจดหมายสมัครงานออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. โครงสร้างของจดหมายที่มีประวัติย่อแนบไปด้วย ( Covering Letter )
เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์มาก ๆ ควรจะเขียนเป็นจดหมายซึ่งจบใน 1หรือ 2 หน้ากระดาษ แล้วมีประวัติย่อแนบไปด้วย เพราะถ้าหากต้องการรวมรายละเอียดทั้งหมดเข้าไว้
ในจดหมายจะทำให้จดหมายฉบับนั้นยาว ซึ่งนายจ้างอาจไม่สนใจที่จะอ่านอย่างละเอียดก็ได้ หรือ
อาจจะใช้กับตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบสูง ๆ เพื่อความน่าเชื่อถือ
2. โครงสร้างของจดหมายที่ไม่มีประวัติย่อ ( Application Letter )
เหมาะสำหรับผุ้ที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งสำเร็จการ
ศึกษามาใหม่ ๆ หรือไม่เช่นนั้นนายจ้างเพียงแต่ระบุว่าให้ส่งจดหมายสมัครงานพร้อมรูปถ่ายเท่า
นั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อาจเขียนจดหมายสมัครงานในรูปแบบนี้ซึ่งก็จะรวบรวมรายละเอียดอื่น ๆ เข้าไว้
คล้าย กับจดหมายที่มีประวัติย่อรวมอยู่ด้วย
โครงสร้างจดหมายสมัครงานภาษาไทย ( ชนิดที่ 1 )
1. ที่อยู่ของผู้ส่ง
2. วัน / เดือน / ปี
3. เรื่อง
4. เรียน
5. สิ่งที่ส่งมาด้วย
6. เนื้อหาของจดหมาย
ย่อหน้าที่1 วัน เดือน ปี และแหล่งที่ได้รับทราบข่าวการสมัครงาน......
ย่อหน้าที่ 2 สรุปข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษากิจกรรม และความสามารถพิเศษ การฝึกงาน
..
ย่อหน้าสุดท้าย การนัดหมาย หรือ การขอเข้ารับการสัมภาษณ์.........
7. คำลงท้ายจดหมาย
8. ลายเซ็น
ตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาไทย ( ชนิดที่ 1 )
19/24 หมู่ที่ 5 ถนนพหลโยธิน
50 แขวงลาดยาว เขตบางเขน
กรุงเทพฯ 10900
25 เมษายน 2547
เรื่อง ขอสมัครงานตำแหน่งพนักงานฝ่ายการตลาด
เรียน ผู้จัดการบริษัท ดีดีที จำกัด
สิ่งที่ส่งมาด้วย รายละเอียดส่วนตัว
ดิฉันทราบจากโฆษณา ในนิตยสารงานเด่นว่าบริษัทของท่านต้องการ รับสมัครพนักงานฝ่ายการตลาด 1 ตำแหน่ง ดิฉันมีความสนใจขอสมัคร
เข้าการพิจารณา บรรจุในตำแหน่งดังกล่าวนี้
ดิฉันได้ส่งรายละเอียดส่วนตัวตลอดจนประวัติการศึกษา มาพร้อมกับจดหมายฉบับนี้แล้ว ระหว่างที่ศึกษาอยู่ในคณะบริหารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยรามคำแหง ดิฉันได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของทางคณะ
และทางมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้มั่นใจว่าจะปฏิบัติงานของท่าน ได้อย่างดี
ดิฉันพร้อมที่จะให้ท่านสัมภาษณ์รายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติม และหวังว่า คงจะได้รับความกรุณาจากท่าน
ขอแสดงความนับถือ
( มาลัย บ่อไผ่ )
ผู้สมัครงาน นางสาวมาลัย บ่อไผ่
บ้านเลขที่ 19/124 หมู่ 5
ถนนพหลโยธิน50 แขวงลาดยา
เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02-579-0189
ตำแหน่งงานที่สมัคร พนักงานฝ่ายการตลาด
วันที่ 25 เมษายน 2547
รายละเอียดส่วนตัว
อายุ 22 ปี เกิดที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2515
ความสูง 158 เซนติเมตร น้ำหนัก 48 กิโลกรัม
เชื้อชาติ ไทย สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ
สถานภาพการสมรส โสด
อาศัยอยู่กับ บิดามารดา
สุขภาพ ดี
การศึกษา - สำเร็จชั้น ม.6 จากโรงเรียนสารวิทยา พ.ศ.2533
- สำเร็จปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง
พ.ศ.2537 ด้วย
คะแนนเฉลี่ย
สะสม 4 ปี 2.50
วิชาเอก - การตลาด
ประสบการณ์ระหว่างการศึกษาที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- เลขานุการชมรมบริหารธุรกิจ
- ประชาสัมพันธ์ชมรมปาฐกถาและโต้วาที
- เป็นพิธีกรฝ่ายหญิงของงานวันบริหาร
- ชนะเลิศโต้วาทีประเพณีน้องใหม่
- ฝึกงานด้านการตลาดกับ บริษัท เอ็กช์ วาย แซด เป็นเวลา 2 เดือน คือ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 30 เมษายน 2535
ผู้รับรอง 1. อาจารย์อุดม ศักดิ์โสม หัวหน้าภาควิชาการตลาด คระบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
2. นายดนัย เกษรงาม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็กช์ วาย แซด จำกัด 33 ถนนสีลม กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 234-5678
โครงสร้างจดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ ( ชนิดที่ 1 )
1. ที่อยู่ของผู้ส่ง ( Sender's address )
2. เดือน / วัน / ปี ( Date )
3. ชื่อที่อยู่ของผู้รับ
( Receiver's Address )
4. คำขึ้นต้นจดหมาย
( Salutation )
5. เนื้อหาของจดหมาย ( Body Of Letter )
ย่อหน้าที่ 1
( First Paragraph )
วันเดือนปี และแหล่งที่พบข้อความ
ที่ลงโฆษณา
บอกตำแหน่งที่ตนสมัคร
ย่อหน้าที่ 2
( Second Paragraph )
อายุ สถานภาพการสมรส
สุขภาพของผู้สมัคร
วุฒิการศึกษาที่เรียนและประสบการณ์ที่สำคัญ ๆ ..
ย่อหน้าที่ 3
( Third Paragraph )
บอกเหตุผลว่าทำไมมาสมัครงานที่นี่
ได้แนบเอกสารต่าง ๆ มาพร้อมกันนี้แล้ว
6. ขอเข้าสัมภาษณ์ ( Asking for Interview )
ย่อหน้าสุดท้าย
(Final Paragraph )
.
7. คำลงท้ายจดหมาย
( Complimentary close )
8. ลายเซ็น
( Signature )
9. สิ่งที่ส่งมาด้วย
( Enclosures )
ตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ ( ชนิดที่ 1 )
Miss Walaiporn Pluwangkarn
19/24 Moo 5, Phaholyothin 50
Lad-yao, Bangkhen
Bangkok 10900
November 25,1993
The Advertiser Post Box No.4444 Bangkok 10310
Dear sir,
I have seen your advertisement for the post of
"Public Relations Officer" in yesterday's Bangkok Post
and I'm interested in applying for the job
I'm 24 years old, single and a graduate of Communication Arts from Bangkok University. I can speak both English and French fluently and have a pleasant personality.
Although I'm quite fresh from the University. I may assure you that I have the ability of arranging the whole public relations on
modernlines.
I'm interested
in the challenging job that allows me greater potential in the public relations field and your company is well
know for its out - standing professionalism in the field.
I'm ready to be called for an interview at your convenience and look forward to hearing from you soon.
Yours sincerely
Miss Walaiporn Pluwangkarn
Personal Data
Candidate Miss Walaiporn Pluwangkarn
Address 19/24 Moo 5 , Phaholyothin 50
Lad-yao , Bangkhen
Bangkok 10900
Tel 549-0189
Position Applied for :Public Relations Officer
Educational Background : Bachelor Degree in Communication Arts from
Bangkok University
majoring in Public Relationwithgrade point
average 3.50
Experiences - Chairwoman of the English Specking
Club
- Master of ceremonies of the of the
Communication Arts Freshy Night
- Trainee as a public relations
assistant of the Grammy Entertainment
Company Limited from March 14 - May 25, 1993
Personal Details
Age: 24
Birth Place : San-Phran, Nakornprathom
Height : 1.60 m. Weight 48 Kgs.
Birth Date : November 15,2515
Nationality: Thai
Religion: Buddhism
Marital Status : Single
Health: Good
References: 1. Archan Adchara Panthanwong,
Chairperson of Department of
Public Relations, Bangkok University
Tel. 02-249-0141-4
: 2. Mr.Peawat Phuttnan , President
of the Grammy Entertainment
Company Limited. Tel. 02-281-3450
โครงสร้างจดหมายสมัครงานภาษาไทย ( ชนิดที่ 2 )
1. ที่อยู่ของผู้ส่ง
2. วัน / เดือน / ปี
3. เรื่อง
4. เรียน
5. เนื้อหาของจดหมาย
ย่อหน้าที่1 การได้รับข่าวการสมัครงาน
ย่อหน้าที่ 2 ข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา
..
ย่อหน้าที่ 3 ข้อมูลประสบการณ์การทำงานและการฝึกอบรม
.. ตำแหน่งหน้าที่ที่เคยทำงานและเคยฝึกงาน
ย่อหน้าที่ 4 ผู้รับรองจำนวน 2-3 คน
.
ย่อหน้าสุดท้าย การนัดหมายให้รับการการสัมภาษณ์ หรือ การขอทดลองงาน
6. คำลงท้ายจดหมาย
7. ลายเซ็น
ย่อหน้าที่ 2 และ 3 อาจรวมเป็นย่อหน้าเดียวกันได้ ถ้าหากผู้สมัครมีการฝึกงาน หรือ กิจกรรมอื่น ๆ น้อย
ตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาไทย ( ชนิดที่ 2 )
137 / 7 ซอยสายลม พหลโยธิน
กรุงเทพมหานคร 10700
1 เมษายน 2547
เรื่อง ขอสมัครงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
เรียน ผู้จัดการบริษัท พี ที ไอ จำกัด
ตามที่ท่านได้ลงประกาศในนิตยาสารงานเด่น ฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม 2547 ว่าบริษัทของท่านต้องการรับสมัครผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ 1 ตำแหน่งนั้น ดิฉันสนใจขอสมัครเข้าการพิจารณาบรรจุในตำแหน่งดังกล่าวนี้
ดิฉันอายุ 25 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ยังเป็นโสดและ มีสุขภาพสมบูรณ์ ดิฉันสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
โดยได้รับปริญญาตรี ทางนิเทศศาสตร์ ภาควิชาการประชาสัมพันธ์ ได้คะแนนเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ศึกษา 2.75 ดิฉันได้เคยศึกษาและเคยผ่านงานในด้านการประชาสัมพันธ์มาแล้ว นอกจากนี้ยัง มีความสามารถด้านโปรแกรมสำเร็จรูป เช่น dBase , Lotus และ Wordstar และพูดภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร
ดิฉันเคยทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัท อีเอ็มเอส
โดยทำงานพนักงานประชาสัมพันธ์เป็นเวลา 3 ปี
ท่านอาจจะสอบถามประวัติส่วนตัวของดิฉันเกี่ยวกับการศึกษา ความประพฤติ และประสบการณ์ในการทำงานของดิฉันได้จากบุคคลต่อไปนี้
1. อาจารย์อัจฉรา ปัญฑรานุวงศ์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
2. คุณสายสุดา มหาชัย ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อีเอ็มเอส จำกัด 2534 เพชรบุรี ตัดใหม่ กรุงเทพมหานครดิฉันมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งจะสามารถ ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ในบริษัทของท่านอย่าง มีประสิทธิภาพและด้วยใจรักดิฉันพร้อมที่จะให้ท่านสัมภาษณ์ตามวันเวลาที่ท่านสะดวก
ขอแสดงความนับถือ
( นางสาวอรพินทร์ พงศ์สุนทร )
โครงสร้างจดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ ( ชนิดที่ 2 )
1. ที่อยู่ของผู้ส่ง ( Sender's address )
2. เดือน / วัน / ปี ( Date )
3. ชื่อที่อยู่ของผู้รับ
( Receiver's address )
4. คำขึ้นต้นจดหมาย
( Salutation )
5. เนื้อหาของจดหมาย ( Body Of letter )
ย่อหน้าที่ 1
( First Paragraph )
วันเดือนปี ของข้อความที่ลงโฆษณา
แหล่งที่พบข้อความโฆษณา
..บอกตำแหน่งงานที่ตนสมัคร
6. Age
7. Education
8. Experience
9. Special skills
10. References
11. Hobbies
ย่อหน้าสุดท้าย ( Last Paragraph )
. ขอเข้าสัมภาษณ์ ( Asking for
interview )
12. คำลงท้ายจดหมาย
( Complimentary close )
13. ลายเซ็น ( Signature )
14. สิ่งที่ส่งมาด้วย ( Enclosures )
ตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ ( ชนิดที่ 2 )
Miss Boonrudee Weerode
400/64 Soi Soonvichai II
New Petchburi Road
Prayathai Bangkok 10310
25 th November 1993
The General Manager
Thai International Product Co,Ltd.
31-33 Yukol II Road ,
Dhebsirin District
Bangkok 10100
Dear sir,
I wish to apply for the post of a "Purchase Officer " advertised in "Thai Rut" November 21,1993 Below are some of my particulars for your kind consideration
Age : 23
Education : Bachelor's Degree from Bangkok University majoring in Accounting
Special skills : English typing : 70 words per minute
Thai typing : 55 words per minute
Shorthand : 110 words per minute
Hobbies : Swimming and photoqraphy
Reference 1. Miss Pavinee Choysunirachorn, Dean School of Accounting
Bangkok University.
Tel: 02-249-0141-4 ,02-249-5132-6
2. Mr.Akom Smuthkovhorn , Director of Sports and Student activity
Office Bangkok University
Tel: 02-249 0141-4 , 02-249-5131-6
3. Miss Veena Nauwaluc Director of Education Service and status
welfare Bangkok University
Tel: 02-249-0141-4 , 02-249-5132-6
I'd appreciate your kind consideration, and I'm ready for the interview
all any time when is
convenient for you
Yours faithfully
Miss Boonrudee Weerod
ประโยชน์ของจดหมายสมัครงาน
- การเขียนจดหมายสมัครงานนั้น มีข้อดีคือ
- 1. สะดวกและประหยัด ในแง่ที่ว่าคุณไม่จำเป็นต้องตระเวนเขียนใบสมัครบริษัทแล้วบริษัทเล่า ถึง แม้ว่าคุณไม่ทราบว่าบริษัทที่คุณจะสมัครงานนั้นอยู่ที่ใด คุณก็สามารถส่งจดหมายไปสมัครงานได้โดย ดูจากการอ่านโฆษณาว่าส่งจดหมายไปที่ใด คุณก็มีโอกาสได้สมัครงานโดยยังไม่ต้องไปปรากฎตัวทำ ให้คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายเพราะคุณจะเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะซองจดหมายกระดาษเขียน จดหมาย ค่าถ่ายเอกสาร 2-3 ฉบับ และค่าแสตมป์เท่านั้น ไม่ต้องเสียค่ารถโดยสารกี่ต่อก็ไม่ทราบได้
- 2. มีอิสระในการแสดงออกซึ่งคุณสมบัติที่คุณมีโดยคุณจะสามารถเขียนบรรยายสรรพคุณได้ ้อย่างกว้างขวางถ้าคุณมีความสามารถจริง โดยไม่ถูจำกัดให้เขียนตามแบบฟอร์มใบสมัคร ส่วนการเขียนจดหมายสมัครงานก็มีข้อเสียเหมือนกัน ส่วนใหญ่แล้วข้อเสียมักจะเกิดขึ้นจากความไม่ ละเอียดรอบคอบของผู้เขียนจดหมาย และสิ่งเหล่านี้ คือสาเหตุที่ทำให้จดหมายสมัครงานของคุณเป็น หมัน สาเหตุแรกก็คือ
1) ความสะเพร่า เป็นบ่อเกิดแห่งความผิดพลาด หลายรูปแบบคือ
- ตัวจดหมายเขียนถึงบริษัทหนึ่งแต่ซองจดหมายส่งไปยังอีกบริษัทหนึ่ง สาเหตุเกิดจาก การเขียนจดหมายสมัครงานที่เดียวหลายฉบับ และส่งหลายบริษัทพร้อม ๆ กันทำให้ใส่เนื้อจดหมายผิดซอง
- ลืมเซ็นชื่อ ปัญหามักเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้เครื่องพิมพ์จดหมายไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ดีดหรือ เครื่อง คอมพิวเตอร์ซึ่งพิมพ์จดหมายเสร็จก็พับส่งทันที
- มีคำผิดมาก ส่วนใหญ่ปัญหานี้เกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้เครื่องพิมพ์ดีดมาก กว่าผู้ที่ใช้เครื่อง คอมพิวเตอร์ หรือ ผู้ที่เขียนจะหมายด้วยลายมือตนเอง โดยมีสาเหตุจากความไม่คล่องแคล่วในการใช้ เครื่องพิมพ์ดีดประการหนึ่งและจากความไม่รอบคอบรวมกับความมักง่าย เมื่อพิมพ์ดีดแล้วแทนที่จะ ลบคำผิดแล้วพิมพ์ใหม่ ก็กลับพิมพ์ทับคำนั้นเสียใหม่ เป็นการ
ประจานคำผิดนั้นใช้ชัดเจนยิ่งขึ้น และ บางครั้งก็เกิดจากความเลินเล่อไม่อ่านทบทวนเนื้อหาของจดหมายจึงทำให้มีคำผิดอยู่ในจดหมาย
หลายแห่ง
- ระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัครผิด ปัญหานี้เกิดจากบริษัทเปิดรับสมัครงานมีความ
ต้องการบุคลากรหลายตำแหน่งงานและชื่อตำแหน่งงานคล้ายคลึงกัน ผู้สมัครเผลอเรอ เขียนตำแหน่ง งานผิดไปจากตำแหน่งที่ตนเองต้องการสมัคร
- ตัวอย่างข้างต้น 4 ประการนี้เกิดขึ้นจากความเผลอเรอสะเพร่าซึ่งจะส่งผลเสียทำให้ผู้ที่ได้ รับหรืออ่านจดหมายเกิดความรู้สึกว่าผู้สมัครไม่ละเอียด รอบคอบขาดความตั้งใจโดยเฉพาะการใส่ เนื้อจดหมายผิดซอง การลืมเซ็นชื่อ แลการระบุตำแหน่งที่ต้องการจะสมัครผิดพลาดล้วนเป็นความ ผิดพลาดที่ไม่น่าผิดและทำให้จดหมายของคุณถูกคัดทิ้งไปได้
2) บรรยายสรรพคุณตัวเองเกินความจริง ตัวอย่างเช่น นาย ก.จบการศึกษาระดับ ปวท. สาขาวิชา อิเล็กทรอนิกส์ มีประสบการณ์ทำงาน 1 ปี ในหน้าที่ Q.C. การประกอบ
โทรทัศน์ยี่ห้อหนึ่ง แต่เขียน บรรยายในจดหมายเคยทำงานมาแล้ว 3 ปี เช่นนี้เป็นต้น หรือบางรายก็บรรยายความรู้ความ สามารถของตนเองเสียมากมายจนกระทั่งขัดแย้งกันเอง หรือไม่ก็มีความสามารถเหนือมนุษย์ซึ่งผู้ อ่านจดหมายเขาจะคิดว่าคุณโกหก ไม่แสดงความจริง หรือขี้โม้ เก่งแต่คุย เพราะฉะนั้นจดหมาย ของคุณก็จะถูกโยนลงตะกร้าอีก
3) เขียนจดหมายยาวเยิ่นเย้อ ไม่ได้ใจความ ขึ้นต้นที่บรรยาย คือ ประทับใจที่มีต่อบริษัทที่คุณจะ สมัครงาน บริษัทดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หมดไปครึ่งกระดาษ สุดท้ายก็หาสาระอะไรไม่ได้เลย ลงท้าย ก็บรรยายถึงความต้องการจะสมัครงานของคุณ แต่ลืมแจ้งไปว่าต้องการสมัครงานในตำแหน่ง อะไร บางรายเขียนจดหมายบรรยายว่า ต้องการจะทำงานในบริษัทของท่านตั่งแต่ยังศึกษาอยู่ปี 1 ของมหาวิทยาลัย พอศึกษาจบจึงมาสมัครงานซึ่งใช้เวลาศึกษาอยู่ 5 ปี แต่ความจริงบริษัทที่เข้า ต้องการสมัครงานนี้ เพิ่งเริ่มกิจการได้เพียง 1 ปีเท่านั้น
4) ผู้สมัครไม่รู้จักตัวเอง ตัวอย่างก็คือ ตนเองเพิ่งจบการศึกษาได้ 1-2 ปี มีประสบการณ์ทำงาน ประมาณ 1 ปี แต่เขียนจดหมายสมัครงานในตำแหน่งที่เข้าต้องการประสบการณ์ 10 ปี เป็นต้น ลักษณะแบบนี้ผู่ที่อ่านจดหมายจะรู้ทันที่ว่า คนที่สมัครงานเป็นคนที่สื่อความไม่รู้เรื่องไม่รู้จักตนเอง
5) แสดงความต้องการเงินเดือนสูงเกินไปตัวอย่างแบบนี้มีมากโดยเฉพาะกับผู้ที่จบจากสถาบันการ ศึกษาแบบปิด หรือสถาบันการศึกษาที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขา บัญชี และเพิ่งจบการศึกษาเขียนจดหมายสมัครงาน แสดงความต้องการเงินเดือนเริ่ม 15,000 บาท และโบนัส 4 เดือน อาจมีบางบริษัทที่เขาสามารถจะจ้างได้ แต่บุคคลผู้นั้นจะต้องเพียบพร้อม ทุกอย่าง คือ เก่งภาษาต่างประเทศ โต้ตอบภาษาต่างประเทศได้คล่อง ใช้ PC คอมพิวเตอร์ได้ คล่องทั้ง WORD PROCESSING และโปรแกรมสำเร็จรูปอื่น ๆ ความรู้เรื่องบัญชีแน่นเปรี๊ยะ บุคลิกเป็นคนติดต่อกับคนอื่นได้ง่าย แต่เขาก็ต้องการเพียงไม่กี่คน ดังนั้น การแสดงความต้องการเงินเดือนแทนที่จะเป็นประโยชน์กลับเป็นโทษแก่ตัวเองได้
ฉะนั้นการเขียนจดหมายสมัครงานคุณควรจะกระทำดังนี้
1)เขียนจดหมายถึงบริษัทที่คุณจะสมัครงาน ให้เขียนทีละฉบับ และก่อนจะเขียนจดหมายให้ทำ เครื่องหมายหรือจดชื่อตำแหน่งงานที่คุณจะสมัครของบริษัทนั้น ๆ เสียก่อนเพื่อป้องกันการระบุชื่อ ตำแหน่งผิดพลาด
2) ทบทวนคุณสมบัติของตัวเองอีกครั้งว่าตัวเองมีคุณสมบัติตรงหรือใกล้เคียง
กับตำแหน่งงานที่เขาต้องการหรือไม่
3) ลงมือเขียนจดหมาย ไม่ว่าจะเขียนด้วยลายมือตนเองหรือพิมพ์ดีด ขอให้คุณสังเกตจากประกาศ โฆษณา ถ้าบริษัทนั้นแจ้งว่าให้เขียนจดหมายด้วยลายมือตนเอง คุณก็ต้องเขียนด้วยลายมือตนเอง ถ้าไม่ระบุก็ใช้วิธีที่คุณถนัด และทำให้ดีที่สุด ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ละเอียดรอบคอบนักขอให้คุณร่าง จดหมายขึ้นก่อน แล้วอ่านทบทวนแก้ไขข้อความหรือคำผิดตกหล่นให้ถูกต้อง ครบถ้วนและสละสลวย แล้วจึงลอกข้อความที่แก้ไขดีแล้วนี้อีกครั้งหนึ่ง วิธีนี้คุณจะได้จดหมายสมัครงานที่สะอาดเรียบร้อย อย่าลืมเซ็นชื่อด้วย
4) เตรียมเอกสารประกอบให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย ประวัติย่อของตัวเอง สำเนาแสดงวุฒิการศึกษา สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาเอกสารอื่น ๆ ที่คุณเห็นว่าเมื่อส่งไปพร้อม กันจดหมายสมัครงาน แล้วจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณา และอย่าลืมรูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ติดไว้ที่เอกสารประวัติย่อ
5) เรียงเอกสารตามลำดับ คือ
- ตัวจดหมาย
- ประวัติย่อ
- สำเนาแสดงวุฒิการศึกษา
- สำเนาทะเบียนบ้าน , สำเนาบัตรประชาชน
- ใบผ่านงาน ( ถ้ามี )
- เอกสารอื่น ( ถ้ามี )
-พับใส่ซองให้เรียบร้อย จ่าหน้าซองจดหมายให้ถูกต้อง และอย่าลืมติดแสตมป์
6) ควรเว้นช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ ลองโทรศัพท์ติดตามจดหมายสมัครงานของคุณว่า บริษัทที่คุณส่ง จดหมายไปนั้นได้รับหรือยัง และจะนัดสัมภาษณ์ได้เมื่อใด เชื่อว่า ถ้าคุณทำตามขั้นตอนที่แนะนำมาตั้งแต่ต้นแล้ว จดหมายสมัครงานของคุณจะไม่เป็นหมันแน่นอน
ข้อควรระวังในการเขียนจดหมายสมัครงาน
1. การเขียนจดหมาย ถ้าสถานประกอบการมิได้กำหนดให้เขียนด้วยลายมือตนเอง คุณควรจะพิมพ์ ซึ่งจะดูดีกว่าแต่ถ้าหากว่าลายมือคุณดี คุณก็ควรจะโชว์ลายมือของคุณ
2. อย่าลืมระบุที่อยู่หรือสถานที่ที่จะติดต่อคุณได้สะดวก ในจดหมายหรือใบประวัติย่อ และถ้ามี โทรศัพท์ที่จะติดต่อกับคุณได้ก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้การติดต่อรวดเร็วขึ้น
3. อย่าลืมลงชื่อในท้ายจดหมายสมัครงาน ปัญหาหญ้าปากคอกนี้ทำคนเสียโอกาสมามากแล้ว คุณ เขียนจดหมายมาได้เป็นหน้า ๆ แต่ชื่อแค่ 2-3 พยางค์คุณมาลืมได้เป็นการแสดงถึงความเลินเล่อ โดยเฉพาะผู้ที่พิมพ์จดหมายสมัครงานมักจะลืมเสมอ พอพิมพ์เสร็จก็พับส่งทันที
4. อย่าลืมติดแสตมป์ เพราะจดหมายคุณอาจจะไม่ถึงจุดหมายปลายทาง หรือไม่ก็บุรุษไปรษณีย์เขา ไปปรับผู้รับเป็น 2 เท่า ของค่าส่งจะทำให้จดหมายคุณอาจจะไม่ถูกเปิดอ่านเพราะผู้ประกอบการ เขาจะคิดว่า ความเลินเล่อของคุณแค่จะสมัครงานกับเขาคุณก็ทำให้เขาเสียหายแล้ว ถ้ารับคุณเข้า ทำงานคุณจะไปทำความเสียหายให้เขาอีกเท่าไร
5. จดหมายสมัครงานไม่ควรถ่ายสำเนาแบบเขียนจดหมายฉบับเดียวแล้วสามารถส่งสมัครงานได้ หลายบริษัท จะถูกมองว่าเป็นจดหมายโหล และคุณไม่มีความตั้งใจจะสมัครงานกับเขาจริง
6. อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าตั้งใจจะสมัครงานกับบริษัทใด ก็ให้รีบเขียนจดหมาย แล้วรีบส่งจดหมาย นั้นด้วยภายในวันเดียวกัน จะจำไว้ว่า "วันพรุ่งนี้ ไม่มีวันมาถึง"
ใบสมัครงาน
หลักการเขียนใบสมัครงาน
- รูปแบบใบสมัครงานของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไป บางบริษัทให้กรอกเรื่องราวต่าง ๆ ของ ผู้สมัครงานเพียงย่อ ๆ สั้น ๆ หน้าเดียว บางแห่งก็ให้กรอกละเอียดถี่ยิบอาจมากถึง 4 -5 หน้าก็ได้ ขึ้น อยู่กับว่าบริษัทนั้น ๆ ต้องการทราบอะไรเกี่ยวกับผู้สมัครงานมากน้อยแค่ไหน แต่โดยเนื้อหาหลัก ๆ ใน ใบสมัครแล้วแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย คือบริษัทต้องการทราบประวัติส่วนตัว และอาจจะมีข้อ สังเกตจากวิธีการกรอกใบสมัครของผู้สมัครงาน ซึ่งประการหลังนี้ต้องแล้วแต่ความสมารถของผู้ พิจารณาใบสมัครงานของแต่ละบริษัทว่ามีความสามารถและละเอียดลึกซึ้งในการพิจารณาใบสมัคร ขนาดไหน
- เนื่องจากคุณไม่สามารถทราบได้ว่า การพิจารณาใบสมัครงานของคุณแต่ละบริษัทนั้นเขา พิจารณาอย่างละเอียดลึกซึ้งขนาดไหน ดังนั้นคุณจึงควรจะถือหลักละเอียด รอบคอบ และมีความเป็น ระเบียบเรียบร้อยไว้ก่อน ถ้าทราบวิธีการเขียนจดหมายสมัครงาน และวิธีการเขียนประวัติย่อ การเขียน ใบสมัครงานก็จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสำหรับคุณเลย
- ใบสมัครคือเอกสารที่บริษัทที่คุณสมัครงานอยากรู้เรื่องของคุณ เอกสารทั้งหนังสือแนะนำตัว และใบสมัครงานจะอยู่ในมือของผู้สัมภาษณ์ และใช้เป็นแนวทางในการสัมภาษณ์พูดคุยกับคุณ ดังนั้น การกรอกใบสมัครของคุณก็ควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้าไว้บ้างดังนี้
1. ขั้นเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ
- ข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณเอง เช่น สถานศึกษา วุฒิการศึกษาที่ได้รับตามลำดับ ความรู้ความ สามารถพิเศษ ฯลฯ
- สำเนาเอกสารต่าง ๆ คือ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาวุฒิการ ศึกษา (ถ้าเป็นไปได้ควรนำต้นฉบับไปด้วย) หนังสือรับรองในกรณีมีประสบการณ์ และสำเนาหนังสือ อื่น ๆ ที่คุณควรจะใช้อ้างอิงและเป็นประโยชน์ในการสมัครงาน
- รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมแว่น ไม่สวมหมวก
2. ขั้นตอนการไปสมัครงาน
1) การแต่งกาย ควรแต่งกายให้เรียบร้อย งดเว้นการสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ และรองเท้าแตะ ชายเสื้อสอดไว้ในกางเกง ทรงผมก็เช่นเดียวกัน ควรหวีให้เรียบร้อย
2) สิ่งของเครื่องใช้ อย่าลืมนำเอกสารที่คุณได้เตรียมไว้ตามข้อ 1. ไป และที่สำคัญคืออย่าลืมปาก กา คุณจะต้องมีปากกาเขียนหนังสือของคุณเอง จะเป็นราคาด้ามละกี่บาทไม่สำคัญ เพราะถ้าหากขอ ยืมปากกาจากผู้รับสมัครงานอาจถูกมองว่าไม่พร้อมที่จะทำงาน ขาดความตั้งใจ จะเป็นผลเสียกับคุณ มาก ๆ ทีเดียว
3) ขั้นตอนการเขียนใบสมัคร
- 1. - อ่านข้อความในใบสมัครให้ตลอดก่อนลงมือเขียนข้อความอะไรลงไปพร้อมทั้งศึกษา ข้อกำหนดต่างๆ ในใบสมัครถ้าไม่เข้าใจให้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ ที่รับสมัคร
- 2. ก่อนเขียนใบสมัคร ให้คิดให้ดีอีกครั้งว่า จะสมัครงานในตำแหน่งอะไร แล้วเลือกหาข้อมูล ที่จะแสดงถึงความรู้ความสามารถของคุณจากข้อมูลที่คุณเตรียมไว้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่คุณ จะสมัคร
- 3. ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการกรอกใบสมัคร เช่น ให้เขียนด้วยลายมือของตนเอง ชื่อภาษา อังกฤษให้เขียนด้วยพิมพ์ใหญ่ เรียงลำดับเหตุการณ์ไว้ ฯลฯ
- 4. ถ้าใบสมัครมีข้อความที่จะต้องให้กรอกมาก และต้องการข้อมูลมากกว่าที่คุณได้เตรียมมา ให้กรอกหรือเรียงข้อความที่คุณต้องการโดยกรอกในกระดาษร่างก่อน โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับ เหตุการณ์ในอดีต ลำดับช่วงเวลาการศึกษา ประสบการณ์ การฝึกอบรม รายได้ที่เคยได้รับ เป็นต้น
- 5. ลอกข้อความที่เตรียมและเรียบเรียงจนจบ เมื่อเรียบร้อยและแน่ใจว่าไม่มีข้อบกพร่องแล้ว จึงเขียนลงใบสมัครให้ครบทุกช่อง ถ้าไม่มีข้อมูลจะกรอกให้ขีดเครื่องหมาย (-) เพื่อให้ผู้รับสมัครทราบ ว่าไม่มีข้อมูลกรอก ไม่ใช่เพราะตกหล่นหรือลืมกรอก
- 6. ความยาวของข้อความที่กรอกลงไปในใบสมัคร ควรสั้นพอดีกับช่องว่างที่เขากำหนดให้ และได้ใจความสมบูรณ์
- 7. การใช้อักษรย่อควรใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นและต้องเป็นอักษรย่อที่ผู้อื่นอ่านแล้วเข้าใจว่า หมายความถึงอะไรเช่น วุฒิการศึกษา ปวช. ผู้อ่านจะทราบว่า คือ คำย่อของประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นต้น เป็นต้น
- 8. บางบริษัทอาจจะให้คุณระบุชื่อบุคคลที่คุณอ้างอิงได้เพื่อประโยชน์ของบริษัทของเขาที่จะ ตรวจสอบอะไรบางอย่าง บุคคลที่คุณอ้างอิงนี้จะมีผลต่อกาสมัครงานของคุณมาก ดังนั้นการที่คุณจะ อ้างอิงถึงใคร คุณควรจะคำนึงถึงเรื่องดังนี้
- เป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่ที่น่าเชื่อถือ แต่ไม่ใช่เป็นเพื่อนกัน อาจจะเป็นญาติห่าง ๆ กัน หรือ เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาหรืออาจารย์เก่าของคุณก็ได้
- คุณควรมีความสนิทสนมกับบุคคลที่อ้างอิงมากพอสมควร ในขณะเดียวกันผู้ที่คุณอ้างอิงใครก็ ตามคุณควรจะแจ้งให้เขาทราบและอนุญาตก่อนและ เมื่อได้อางอิงชื่อเขาไปแล้วก็ควรจะแจ้งให้เขา ทราบไว้ด้วย เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดหรือไม่รู้กันในภายหลัง
- 9. ประการสุดท้าย ใบสมัครของบริษัทจะถามว่าต้องการเงินเดือนเท่าใด ถ้าคุณไม่แน่ใจว่า คุณจะเรียกเงินเดือนเท่าใดจึงจะเหมาะสม ขอแนะนำว่าให้ละไว้โดยการขีด เพราะการระบุเงินเดือนที่ คุณต้องการไว้สูงหรือต่ำไปจะไม่เป็นผลดีสำหรับคุณนักให้ละไว้แจ้งเมื่อแน่ใจว่าเขาสนใจจะรับคุณเข้า ทำงานจะดีกว่า
- 10. ตรวจทานข้อมูลที่คุณกรอกอีกครั้งว่าถูกต้องสมบูรณ์แล้วหรือยัง เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ให้นำ ส่งเอกสารต่าง ๆ ที่คุณเตรียมมาพร้อมแนบรูปถ่ายของคุณให้เจ้าหน้าที่รับสมัครไว้
- 11. อย่าลืมสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทว่าจะให้ทำอะไรต่อไป บางแห่งอาจนัดให้ไปทำแบบ ทดสอบ และสัมภาษณ์ในภายหลัง บางแห่งก็อาจให้ทำแบบทดสอบทันทีและสัมภาษณ์เลย คุณควร สอบถามขั้นตอนจนเป็นที่เข้าใจและแน่ใจว่าไม่หลุดคิว
- ข้อย้ำ ควรกรอกใบสมัครด้วยลายมือตัวบรรจงเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่าให้มีคำผิดและ ควรใช้เวลาพอสมควร ไม่ควรจะเกิน 15 - 20 นาที และจัดเอกสารประกอบให้พร้อมแนบไปกับใบสมัครให้ครบถ้วนด้วย
ส่วนประกอบของใบสมัครงาน
- ใบสมัคร คือ ตัวแทนของผู้สมัครงานซึ่งบรรจุข้อมูลต่าง ๆ มากมายของผู้สมัครงานและเรียบ เรียงไว้เป็นหมวดหมู่ ให้ผู้ประกอบการได้คัดเลือกเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้สมัครงานในเบื้องต้นว่า ควรเชิญผู้สมัครคนใดมาสัมภาษณ์ก่อน และจะคัดใบสมัครของคนใดทิ้งไป
- ใบสมัครแม้จะเป็นเพียงกระดาษที่ผู้ประกอบการยื่นให้คุณกรอกข้อความเกี่ยวกับตัวคุณลงใน ช่องว่างที่กำหนด ง่ายยิ่งกว่าตอนที่คุณทำข้อสอบซ่อมในตอนเรียน แต่ก็มีอิทธิพลที่จะชี้ระดับของผู้ที่ กำลังจะหางานทำได้
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
- หากมองอย่างผิวเผินใบสมัครก็คือ แบบสอบถามที่บริษัทมอบให้ผู้สมัครงานกรอกข้อมูลส่วน ตัวให้บริษัทพิจารณา ดังนั้นคนที่อ่านออกเขียนได้ก็จะสามารถกรอกได้หมด แต่กรอกไปแล้วจะทำให้ผู้ กรอกได้งานทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทหรือผู้ประกอบการ ใบสมัครงานจะประกอบ ด้วยสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร และสิ่งที่ผู้ประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับใบสมัครมีดังนี้
- 1. ข้อมูลของผู้สมัครงาน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการ
ทำงาน ความรู้ความสามารถพิเศษ บุคคลที่จะอ้างถึงได้ เป็นต้น
- 2. ลายมือของผู้สมัครงาน และลักษณะการกรอกข้อมูล
- 3. ภาพถ่ายหน้าตรงของผู้สมัครงาน
ข้อมูลของผู้สมัครงาน
- 1. ประวัติส่วนตัว ซึ่งจะมีข้อมูลเกี่ยวกับชีวประวัติส่วนตัวของผู้สมัครงานตั้งแต่เกิดจนถึง
ปัจจุบัน ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ ๆ ดังนี้
- วัน เดือน ปีเกิด (อายุ)
- สัญชาติ เชื้อชาติ
- ศาสนา
- ส่วนสูง น้ำหนัก
- ที่อยู่ถาวร
- ที่อยู่ที่จะติดต่อได้
- สถานะของที่อยู่อาศัย
- สถานะครอบครัว
- ข้อมูลบิดา มารดา คู่สมรส บุตร พี่น้องของผู้สมัคร
- สถานะทางทหาร
- ข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด จะบอกว่าผู้สมัครงานนั้น ปัจจุบันอายุเท่าใด บรรลุนิติภาวะหรือยัง อยู่ในวัยต้องห้ามสำหรับการทำหน้าที่ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ อายุน้อยหรือมากไปใน การปฏิบัติในตำแหน่งหน้าที่ที่บริษัทต้องการหรือไม่
- ข้อนี้ถ้าคุณมีคุณสมบัติไม่ตรงกับความต้องการของบริษัท แต่มีข้อดีในข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจ บริษัทอาจเก็บใบสมัครนั้นไว้พิจารณา เพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้ แต่ถ้าข้อมูลด้านอื่น ๆ ของคุณมี ลักษณะพื้น ๆ ไม่มีอะไรดีเด่นหรือน่าสนใจ ใบสมัครนั้นก็อาจถูกตัดทิ้งก็ได้
- สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา การพิจารณาในข้อนี้ในปัจจุบันมักจะไม่มีผลต่อผู้สมัครงานเท่าใด
นัก ส่วนใหญ่จะเป็นการพิจารณาว่าเป็นบุคคลต่างชาติหรือไม่ ซึ่งบริษัทจะต้องมีขั้นตอนในการจ้างที่ แตกต่างไปจากการจ้างผู้สมัครงานที่เป็นคนไทย หรือพิจารณาข้อมูลด้านศาสนาลักษณะงานที่จะให้ผู้ สมัครงานทำนั้นจะขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีทางศาสนาของผู้สมัครงานหรือไม่เท่านั้น
- ส่วนสูง น้ำหนัก บ่งบอกถึงลักษณะ รูปร่าง สุขภาพ ของผู้สมัครงานว่าเป็นอย่างไร โดยทั่วไป แล้วพิจารณาว่าลักษณะรูปร่างแบบนั้นจะเหมาะสมกับงานอะไรการที่รูปร่างสูงใหญ่แต่มีน้ำหนักน้อย หรือการที่มีรูปร่างเตี้ยแต่น้ำหนักมากอาจเป็นสิ่บ่งบอกว่า ผู้สมัครงานมีปัญหาด้านสุขภาพบาง ประการที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียดซึ่งอาจเป็นปัญหาในการปฏิบัติงาน หรือเมื่อบุคคลผู้นั้นเข้ามา ทำงานแล้วอาจเป็นภาระที่จะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตลอดทุกเดือน
- ที่อยู่ถาวร เป็นที่อยู่ที่ติดต่อได้ บริษัทจะพิจารณาว่าที่พักอาศัยของผู้สมัครงานและสถานที่ หรือที่ทำงานของบริษัทนั้นเป็นปัญหาในการเดินทางของผู้สมัครงานหรือไม่ มีความสะดวกหรือไม่เท่า นั้น
- สถานะของที่อยู่อาศัย จะบอกถึงสภาพความเป็นอยู่ในเบื้องต้นของผู้สมัครงาน เพราะบาง ตำแหน่งบริษัทต้องการคนร่วมงานที่มีที่พักเป็นหลักเป็นฐาน เช่น การที่มีผู้สมัครงานมีบ้านพักส่วนตัว นั้นย่อมดีกว่า การที่อาศัยอยู่กับบิดา มารดา หรืออาศัยกับผู้อื่นหรือการที่อยู่อาศัยบ้านเช่า
- สถานะของครอบครัว ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับ บิดา มารดา พี่น้อง คู่สมรส และบุตรของผู้ สมัครงานสถานประกอบการบางแห่งจะให้ผู้สมัครงานกรอกข้อมูลในส่วนนี้ค่อนข้างละเอียดโดย เฉพาะในกลุ่มของสถาบันการเงิน เพราะจะเกี่ยวโยงถึงความไว้วางใจ การอาศัยพึ่งพาทางธุรกิจ เป็นต้น
- สถานะทางทหาร จุดมุ่งหมายข้อนี้ก็เพื่อที่จะให้ทราบว่าผู้สมัครงานที่เป็นชายได้ผ่านการ เกณฑ์ทหารหรือยัง เพราะถ้าผู้สมัครงานยังไม่พ้นวัยเกณฑ์ทหาร เมื่อบริษัทเข้าทำงานได้ระยะหนึ่งก็ ต้องไปรับราชการทหาร ทำให้การดำเนินงานของบริษัทขาดช่วงและอาจเกิดความเสียหาย ดังนั้น บริษัทจึงมักต้องการคนที่ผ่านพ้นวัยเกณฑ์ทหารไปแล้ว
- 2. ประวัติการศึกษา เป็นข้อมูลการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมฯ มัธยมฯ อาชีวศึกษา อุดม ศึกษา ชื่อสถาบันการศึกษาในแต่ละระดับ ปีการศึกษา ผู้สมัครงานเริ่มเรียนและจบการศึกษา วิชาเอก ที่ศึกษา หรือวุฒิการศึกษาที่ได้รับ บางแห่งอาจให้กรอกระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมที่ศึกษาจบมาด้วย
- 3. ประวัติการทำงาน นอกจากสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการนำมาพิจารณาอีก ประการหนึ่งก็คือ ใบผ่านงานที่ผู้สมัครงานได้รับครั้งสุดท้ายก่อนลาออก ระยะเวลาในการทำงานใน สถานประกอบการแต่ละแห่ง อัตราเงินเดือนแรกเข้าทำงานและเมื่อลาออก สาเหตุที่ลาออก ข้อมูลส่วน นี้มีความสำคัญมาก ในเวลาสัมภาษณ์บริษัทจะให้ความสนใจสอบถามค่อนข้างละเอียดและผู้สมัคร งานก็มักจะพลาดในขั้นตอนนี้ถ้าไม่ได้ข้อมูลตามความเป็นจริงและถูกจับได้เพราะผู้สมัครงานตอบข้อ มูลผิดพลาด หรือผู้สมัครบางราย ในช่วง 2 ปี เปลี่ยนที่ทำงานถึง 4 แห่ง ทำให้ผู้สัมภาษณ์มองเห็นว่าผู้ สมัครงานนั้นจะต้องมีอะไรบางอย่างที่เป็นปัญหาหรือไม่ก็เป็นคนหยิบโหย่ง ขาดความอดทน ซึ่งล้วน แล้วแต่เป็นมุมมองที่ไม่เป็นผลดีต่อผู้สมัครงานทั้งสิ้น
- 4. ความรู้ความสามารถพิเศษ ข้อมูลนี้ค่อนข้างกว้างและผู้สมัครงานก็มักไม่ให้ความสำคัญ เท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลชี้นำถึงความน่าสนใจของผู้สมัครงาน ที่บ่งบอกว่าผู้สมัครงานรายนี้ มีอะไรที่เหนือกว่าผู้สมัครงานคนอื่น ๆ หากตำแหน่งนั้นมีผู้สมัครงานหลายคนที่มีคุณสมบัติพื้นฐาน ใกล้เคียงกัน ข้อมูลความสามารถพิเศษจะเป็นข้อมูลชี้นำให้เกิดการตัดสินใจเลือกผู้สมัครที่มีความ สามารถพิเศษตรงกับความต้องการของบริษัทมากที่สุด
- 5. บุคคลที่จะอ้างอิงได้ สำหรับผู้สมัครงานที่สามารถอ้างอิงถึงบุคคที่มีชื่อเสียงเชื่อถือได้และ บริษัทสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นความจริงผลดีก็จะเกิดกับตัวผู้สมัครงานยิ่งขึ้น
ข้อผิดพลาดในการเขียนใบสมัครงาน
- เมื่อทราบแล้วว่าบริษัทจะพิจารณาอะไรบ้าง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ในปัจจุบันผู้สมัครงาน จำนวนมากยังไม่ให้ความสำคัญในการเขียนใบสมัคร หรือไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนำที่กำหนดไว้ในใบ สมัคร ทำให้พลาดโอกาสสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการสมัครงานไปโดยเปล่าประโยชน์ จึงขอกล่าว ถึงข้อผิดพลาดในการกรอกใบสมัครที่ทำให้ผู้สมัครต้องพลาดโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาเข้า สัมภาษณ์หรือรับเข้าทำงาน ดังนี้
- 1. ลายมือของผู้สมัครงาน
- ลายมือของผู้สมัครงานสามารถบ่งบอกถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวกับผู้สมัครงาน เช่น
ความรักสวยรักงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ฯลฯ ซึ่งในข้อนี้บริษัทมิได้พิจารณาว่าลายมือของผู้ สมัครงานสวยหรือไม่ แต่จะพิจารณาว่าลายมือของผู้สมัครงานนั้นคนทั่วไปสามารถอ่านออกหรือไม่ ข้อแนะนำสำหรับเรื่องลายมือในการกรอกใบสมัครก็คือ ลายมือไม่จำเป็นต้องสวย หรือ ตัวบรรจง แต่ ขอให้เขียนให้อ่านง่าย ๆ เป็นระเบียบเว้นวรรคตอนให้ถูกต้องก็ใช้ได้ และที่สำคัญอย่าใช้เวลาในการ กรอกใบสมัครนานเกินไป
- 2. การกรอกข้อมูล ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ เกิดจาก
- การกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่ใบสมัครกำหนด
- การกรอกข้อมูลผิดพลาดจากจุดประสงค์ที่ใบสมัครต้องการทราบ
- การกรอกข้อมูลหรือเขียนข้อความผิด ๆ หรือมีการแก้ไขมาก
- กรณีการกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนนั้น โดยทั่วไปใบสมัครของบริษัทเกือบทุกแห่งมักมีข้อความที่ ว่า "โปรดกรอกข้อความให้ครบถ้วน" แต่ในบางครั้งผู้สมัครงานนั้นไม่มีข้อมูลที่จะให้ในข้อนั้น ๆ เช่นข้อ มูลเกี่ยวกับสถานะทางทหาร ผู้สมัครงานที่เป็นสตรีก็คงไม่มีข้อมูลนี้ให้กรอก หรือสถานะทางครอบครัว เกี่ยวกับคู่สมรสซึ่งบางคนยังโสด เป็นต้น วิธีการแก้ไขข้อผิดพลาดข้อนี้ก็คือข้อความใดในใบสมัครที่ผู้ สมัครงานไม่มีข้อมูลจะให้ก็ควรเขียนเครื่องหมาย (-) ไว้ในช่องว่างนั้น เพื่อเป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ ลืมเติม แต่ไม่มีข้อมูลลักษณะนี้ก็เป็นการสื่อให้เห็นว่าผู้สมัครไม่ใช่คนประมาทเลินล่อและไม่มีเจตนาที่ จะปกปิดข้อมูล
- ขอย้ำว่าการกรอกข้อมูลในใบสมัครงานไม่ครบถ้วนนั้น นอกจากผู้คัดเลือกจะเกิดทัศนคติที่ไม่ดีกับผู้สมัครแล้วยังทำให้ผู้สมัครงานพลาดโอกาสอีกด้วย เช่นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการศึกษา ผู้สมัคร มักกรอกข้อมูลเฉพาะการศึกษาในช่วงก่อนการเข้าทำงานเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่าข้อมูลของการศึกษาใน เบื้องต้นก็มีส่วนทำให้ผู้สมัครงานมีโอกาสได้งานทำมากขึ้น เช่น บังเอิญจบจากสถานศึกษาที่ผู้ สัมภาษณ์หรือผู้คัดเลือกเคยศึกษามาก่อนก็จะทำให้รู้สึกว่าผู้สมัครงานรายนี้เป็นพรรคพวกหรือเกิดทัศ นคติที่ดี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นผู้สมัครงานเลยก็ได้ แต่ถ้าผู้สมัครงานกรอกข้อมูลตกหล่นในส่วนที่เป็นสาระ สำคัญแล้ว โอกาสที่จะได้รับการพิจารณาก็แทบจะหมดไปเลย
- กรณีการกรอกข้อมูลผิดพลาดจากวัตถุประสงค์ของใบสมัคร การผิดพลาดเช่นนี้เป็นการผิด พลาดที่ทำให้เกิดการสื่อสารผิดเพี้ยนจากเจตนารมณ์ของผู้ต้องการข้อมูลและผู้ให้ข้อมูล บางครั้งก็ มองดูเป็นเรื่องตลกไป แต่บางครั้งก็ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้สมัครงานได้
- ตัวอย่างเช่น ในใบสมัครมีข้อความให้กรอกเกี่ยวกับสถานที่เกิดของผู้สมัครงาน โดยเขียนว่า สถานที่เกิด
ผู้สมัครก็กรอกข้อมูลว่า "ที่บ้าน"หรือ "โรงพยาบาล" ซึ่งถ้าดูโดยผิวเผินก็น่าจะไม่มีอะไร ผิดพลาด แต่แท้ที่จริงแล้ว บริษัทนั้นต้องการทราบว่า "เกิดที่จังหวัดอะไร" ครั้นผู้พิจารณาคัดเลือกเขา เห็นผู้สมัครกรอกข้อความว่า "ที่บ้าน" หรือ "โรงพยาบาล" ก็เลยทำให้คิดไปว่าอีกหน่อยก็คงมีคนกรอก ข้อความว่า "บนทางด่วน" "บนรถแท็กซี่" หรือ "บนเครื่องบิน" เพราะมารดาของผู้สมัครงานเดินทาง ไปโรงพยาบาลไม่ทันบริษัทอาจมองว่าผู้สมัครงานนั้นไม่มีสามัญสำนึกและยิ่งผู้สมัครงานนั้นมีการ ศึกษาถึงระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโทแล้ว แต่ยังกรอกใบสมัครเช่นนั้นจะให้ผู้คัดเลือกหรือผู้ สัมภาษณ์พิจารณาผู้สมัครงานนั้นเป็นเช่นใด เพราะข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรเลย
- ตัวอย่างอีกแบบหนึ่งคือ การกรอกข้อมูลความรู้ความสามารถพิเศษผู้สมัครงานบางคนก็กรอก เล่นดนตรีไทย เป็นนักกีฬาฟุตบอล ขับรถยนต์ได้ เป็นต้น การกรอกข้อมูลในลักษณะนี้ก็คงไม่ได้ เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานเท่าใดนัก แต่ก็ไม่เกิดผลเสียหายต่อการพิจารณาของผู้คัดเลือกผู้สมัครงาน เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ใบสมัครงานของผู้สมัครงานของผู้สมัครงานรายหนึ่งซึ่งจบนิติศาสตร์ เขากรอกข้อ ความในส่วนของความรู้ความสามารถพิเศษว่า พิมพ์ดีดได้ ใช้เครื่องโทรสารได้ การกรอกข้อมูล ลักษณะนี้แม้ว่าจะเป็นความจริง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นความสามารถพิเศษที่จะนำมาอวดอ้างได้ ไม่สมกับ ภูมิความรู้ของผู้ที่ได้รับการศึกษามาขนาดนี้ เพราะการใช้เครื่องโทรสารนี้เด็กจบประถมศึกษาปีที่ 6 หากนายจ้างฝึกวิธีใช้เพียง 3 ครั้ง เขาก็ทำได้คล่องแคล่วแล้ว หากผู้สมัครงานที่มีคุณวุฒิการศึกษาสูง แต่เขียนความรู้ความสามารถพิเศษเช่นนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่สามารถแยกแยะว่าอะไรเหมาะ สมหรือไม่เหมาะสม หรือมีมาตรฐานในการทำงานที่ต่ำ ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้สมัครงานจบการศึกษา ที่ต่ำแต่สามารถใช้อุปกรณ์สำนักงานได้ถือว่ามีความสามารถพิเศษได้
- แนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ก็คือ การกรอกข้อมูลในหัวข้อใดที่ผู้สมัครงานอ่านแล้วไม่เข้าใจหรือไม่ แน่ใจว่าต้องการให้กรอกข้อความว่าอย่างไร ขอให้ผู้สมัครงานสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการรับ พิเศษ ขอให้พิจารณากรอกเฉพาะข้อมูลที่เห็นว่าสมกับภูมิความรู้ จะทำให้ดูเป็นผู้มีความฉลาดและ ไหวพริบ
- การเขียนข้อความผิด ๆ กรณีนี้มองเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ แต่ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรง และแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครงานนั้นเป็นผู้ที่ขาดความละเอียดรอบคอบและยิ่งมีข้อผิดพลาดที่ไม่ได้รับ การแก้ไขก่อนส่งใบสมัครด้วยแล้ว ใบสมัครงานนั้นก็จะถูกคัดออกไปทันทีเพราะในทรรศนะของผู้คัด เลือกบุคคลเข้าทำงานจะถือว่าใบสมัครงานคือตัวแทนของผู้สมัครงาน ถ้าผู้สมัครงานไม่สนใจและไม่ เอาใจใส่ในการกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนแล้วก็เป็นเรื่องของผู้สมัครงานที่จะต้องรับผิดชอบเอง และคงไม่มีบริษัทใดให้โอกาสแก่ผู้สมัครงานได้กลับไปเขียนใบสมัครงานใหม่เพราะบริษัทคงไม่ ต้องการรับคนทำงานที่ทำงานบกพร่อง ผิดพลาดจนต้องแก้ไขบ่อย ๆซึ่งจะส่งผลเสียต่อการทำงานของ เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา
- วิธีป้องกันสำหรับข้อนี้ก็คือ ต้องหัดเขียนหนังสือให้ชัดเจน และอ่านข้อความให้เข้าใจอย่างถ่อง แท้ก่อนจึงค่อยคิดและกรอกใบสมัครงาน ถ้าไม่แน่ใจให้ใช้ดินสอร่างก่อนและทบทวนอีกครั้งก่อนจะ เขียนด้วยปากกา การทำเช่นนี้จะช่วยให้สามารถลดข้อผิดพลาดลงได้บ้าง
คำศัพท์ที่ควรรู้ในการเขียนใบสมัคร
- ผู้สมัครงานอาจต้องเขียนใบสมัครเป็นภาษาอังกฤษ และต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษด้วย การกรอกใบสมัครเป็นภาษาอังกฤษจึงเป็นอุปสรรคของผู้สมัครงานบางคนอีกประการหนึ่ง
- ตัวอย่างคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มักใช้ในใบสมัคร ได้แก่
- Application Form = ใบสมัคร
- Application Letter = จดหมายสมัครงาน
- Applicant = ผู้สมัครงาน
- To be completed in own handwriting = เขียนใบสมัครด้วยลายมือตน เอง
- Confidential = ความลับ
- Photo attached here = ติดรูปถ่ายตรงนี้
- Position applied for / Position sought / Position desired = ตำแหน่งที่สมัคร / ตำแหน่งที่ต้องการ
- Salary expected = เงินเดือนที่ต้องการ
- Personal data = ประวัติส่วนตัว
- Curriculum vitae, Bio-data, Data sheet Resume = ประวัติส่วนตัว
- Name - Surname = ชื่อ - นามสกุล
- Maiden Name = นามสกุลเดิม ก่อนแต่งงาน
- Sex =เพศ (ชายใช้ Male หญิงใช้
Female)
- Present address = ที่อยู่ปัจจุบัน
- Permanent address = ที่อยู่ถาวร
- Postal code = รหัสไปรษณีย์
- Date of birth =วัน เดือน ปีเกิด
- Age =อายุ
- Nationality = สัญชาติ
- Citizen of = เป็นพลเมืองของประเทศ
- Race = เชื้อชาติ
- Domicile = ภูมิลำเนา
- Religion = ศาสนา (Buddhism, Island
Catholic)
- Height = ส่วนสูง
- Weight = น้ำหนัก
- Colour of eyes =สีตา
- Colour of hair = สีผม
- Complexion = สีผิว
- Marital status = สถานภาพทางการสมรส
- Spouse = คู่สมรส
- Single = โสด
- Married = แต่งงานแล้ว
- Widowed = ม่าย
- Divorced = หย่าร้าง
- Occupation = อาชีพ
- Dependants = ผู้ที่อยู่ในความอุปการะ
- House's Registration = สำเนาทะเบียนบ้าน
- Identity Card No., I.D.Card No. = เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน
- Identification Card (I.D, Card) = บัตรประจำตัวประชาชน
- Relative = ญาติ
- Issued by = ออกให้ ณ
- Issued date = วันที่ออกบัตร
- Valid Date; Exp. Date = วันที่บัตรหมดอายุ
- Student Housing = หอพักมหาวิทยาลัย
- Own Home = บ้านของตนเอง
- Rent House = บ้านเช่า
- Live with Parents = พักอยู่กับพ่อ - แม่
- Boarding House = หอพัก
- Ordainment = บวช
- Person to notify in case of emergency = ผู้ที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน
- Military status = สถานภาพทางทหาร
- Exempted = ยกเว้น
- Black Slot = จับได้ใบดำทางทหาร
- No Military Service = ไม่มีพันธะทางทหาร
- Conscripted = ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว
- Primary School; Elementary School = ประถมศึกษา
- Secondary School = ประถมศึกษาตอนปลาย
- Junior High School = มัธยมฯ ต้น
- High School = มัธยมฯ ปลาย
- Vocational = อาชีวศึกษา
- Degree Obtained = วุฒิการศึกษาที่ได้รับ
- Experience/Previous employment = ประวัติการทำงาน
- Reasons for leaving = เหตุผลที่ออกจากงาน
- Reference = บุคคลที่อ้างอิง
- Applicant signature = ลายเซ็นต์ผู้สมัคร
การสัมภาษณ์โดยใช้ภาษากาย
- ขั้นตอนการตอบคำถามในการสัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้ ความสามารถและประสบการณ์มี ความสำคัญมาก และจะยิ่งสำคัญมากขึ้น หากว่าบริษัทนั้นมีเงื่อนไขว่า ตำแหน่ง และเงินเดือน ขึ้นอยู่ กับประสบการณ์ของผู้สมัคร ดังนั้นจะขอยกตัวอย่างคำถามที่ผู้สัมภาษณ์มักจะถามผู้สมัครงานเสมอ
คำถามเกี่ยวกับประสบการณ์
- คุณเคยทำงานในตำแหน่งอะไร
- หน้าที่ความรับผิดชอบในตำแหน่งนั้น มีอะไรบ้าง
- ผู้บังคับบัญชาระดับสูงกว่าคุณขึ้นไป มีตำแหน่งอะไรบ้าง
- คุณมีผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ ถ้ามี มีกี่คน และคุณแบ่งงานกันอย่างไร
- คุณทำงานนี้มากี่ปีแล้ว
- คุณคิดว่าคุณจะใช้ประสบการณ์ที่คุณมีมาช่วยงานของบริษัทนี้ได้อย่างไรบ้าง
- คุณชอบเจ้านายประเภทไหน
- คุณไม่ชอบเจ้านายประเภทไหน
- ทำไมคุณจึงออกจากบริษัทเดิม
- ที่บริษัทเดิมของคุณ คุณได้รับเงินเดือนและสวัสดิการอื่น ๆ อย่างไรบ้าง
- นอกจากนี้แล้วเขาอาจจะถามเจาะลึกลงไปในงานเลยก็ได้ เพื่อที่จะให้ล่วงรู้ว่าคุณรอบรู้งานกว้างขวาง และลึกซึ้งแค่ไหน
คำถามเกี่ยวกับความสามารถส่วนตัว
- คุณจัดตัวคุณอยู่ในลักษณะประเภทไหน ก้าวร้าว หรืออดทนอย่างไรบ้าง
- บุคลิกของคุณในบรรยากาศการทำงานร่วมกับผู้อื่นจะสะท้อนออกในลักษณะใด
- คุณมีจุดอ่อนเกี่ยวกับบุคลิกภาพของคุณอย่างไรบ้าง
- คุณจะมีแนวทางแก้ไขจุดอ่อนของคุณอย่างไรบ้าง
- คุณมีจุดเด่นในตัวคุณเองอะไรบ้าง
- คุณสามารถใช้จุดเด่นของคุณให้เป็นประโยชน์กับงานที่คุณจะทำนี้ได้อย่างไร
- คุณจะ | |